ครบทุกรส สดทุกเรื่อง



จบคดีจับยกเค้าบ้านครู ที่แท้อดีตลูกศิษย์ลงมือ รู้สำนึก-ขอบวชไถ่บาป
Font Size  

วันที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2559 เวลา 00:59 น.

สดจากสนามข่าว

 

พฤตินัย มั่งสวัสดิ์ - วัฒนชัย จำนงค์ทอง  / เรื่อง-ภาพ

 

 

ครูเปรียบเสมือนพ่อ-แม่คนที่สอง ที่คอยอบรมสั่งสอนถ่ายทอดความรู้ให้ลูกศิษย์เติบโตขึ้นไปเป็นคนดี ของสังคม โดยไม่หวังผลตอบแทน ดังนิยามครูเปรียบเสมือนเรือจ้าง จ้ำพายฝ่ากระแสน้ำเชี่ยวพาลูกศิษย์ไปส่งถึงฝั่ง แม้บางคนจะทำให้ครูเสียใจ แต่ด้วยจิตวิญญาณความเป็นครูจึงไม่อาจถือโทษโกธรเคือง

 

ดังคดีคนร้ายบุกยกเค้าบ้านครู กวาดทรัพย์สิน ข้าวของมีค่าไปนับล้านบาท ครั้นเมื่อเจ้าของบ้านได้เห็นหน้าโจร กลับไม่มีท่าทีโกรธเกรี้ยว กลายเป็นรอยยิ้มที่สื่อออกมาถึงความเมตตา พร้อมคำว่าครูให้อภัยเธอ!!

 

เช้าวันที่ 2 ก.ย. ที่โรงพัก สภ.เมืองอุดรธานี จ.อุดรธานี ตั้งโต๊ะแถลงข่าวใหญ่ คดีคนร้ายลักทรัพย์บ้านเลขที่ 286 หมู่ 8 ซอยมิตรประชา 4 ถนนอุดรดุษฎี ต.หมากแข้ง อ.เมือง จ.อุดรธานี ของ นางอรพรรณ ภูดิน อายุ 52 ปี ครูชำนาญการพิเศษ โรงเรียนอุดรพิทยา นุกูล เมื่อวันที่ 10 ส.ค.ที่ผ่านมา

 

สำหรับผู้ต้องหารายนี้คือ นายสันติพงษ์ สมสล้าง อายุ 36 ปี อยู่บ้านเลขที่ 20/18 หมู่ 7 บ้านบ่อน้ำ ต.หมูม่น อ.เมือง จ.อุดรธานี ทันทีที่เห็นหน้า เจ้าทุกข์ นายสันติพงษ์ถึงกับรีบยกมือไหว้ ก้มลงกราบพร้อมคำพูดจากปาก "ผมไม่รู้ว่าเป็นบ้านครูครับ"

 

 

พ.ต.อ.ภูมิวิทย์ เวชกามา ผกก.สภ.เมืองอุดรธานี แถลงจับกุม ระบุ เมื่อวันที่ 10 ส.ค. เวลา 20.00 น. ตำรวจ รับแจ้งเหตุคนร้ายลักทรัพย์บ้านพัก ครูอรพรรณ อาจารย์สอนภาษาไทย โรงเรียนอุดรพิทยานุกูล เมื่อไปตรวจสอบพบร่องรอยคนร้ายงัดบ้านเข้าไปขโมยทรัพย์สินหลายรายการ 

 

โดยทรัพย์สินที่คนร้ายได้ไป มีทั้งชุดเครื่องเพชร นาฬิกาหรู ทองรูปพรรณ โทรทัศน์ เงินสด 19,000 บาท เฉพาะทรัพย์สินมูลค่ากว่า 4 แสนบาท ไม่รวมพระเครื่องกว่า 200 องค์ เป็นพระเกจิสายพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต และ พระเกจิดังสายอีสานที่ประเมินค่าไม่ได้รวมแล้วน่าจะมากกว่า 2-3 ล้านบาท เนื่องจากผู้เสียหายเป็นหลานสาวแท้ๆ ของท่าน

 

 

หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตรวจเก็บลายนิ้วมือแฝงของคนร้ายเอาไว้ โดยมีพยานสำคัญให้การถึงรูปพรรณของคนร้ายว่ามีรอยสักรูปตัวอักษรภาษาอังกฤษ TOFY ที่ต้นแขนขวา เมื่อนำรายละเอียดไปไล่ตรวจสอบ ปรากฏว่าไปตรงกับทะเบียนประวัติผู้ต้องหาคดียาเสพติด เมื่อปี 2544 ชื่อนายกิตติพงษ์ ผิวดำ ซึ่งเป็นบุคคลเดียวกันกับนายสันติพงษ์ สมสล้าง

 

"ฝ่ายสืบสวนรีบนำกำลังบุกไปจับกุมได้ที่บ้านเช่า ภายในหมู่บ้านไทยสมุทร ต.บ้านเลื่อม อ.เมืองอุดรธานี พร้อมติดตามยึดของกลางซึ่งบางส่วนถูกนำไปขายแล้ว โดยเฉพาะนาฬิการาคาเกือบ 1 แสนบาท แต่นำไปขายได้เงินเพียงไม่กี่พันบาทเท่านั้น" ผกก.สภ.เมืองอุดรธานี กล่าว

 

"ผมรับจ้างทำเฟอร์นิเจอร์และตกแต่งภายในได้ค่าแรงวันละ 350 บาท แต่ช่วงนี้ไม่ค่อยมีงาน ต้องการเงินมาเลี้ยงดูครอบครัว วันเกิดเหตุขี่จยย.ผ่านหน้าบ้านแล้วเห็นปิดล็อกกุญแจไว้อย่างดี แสดงว่าไม่มีคนอยู่บ้าน จึงปีนรั้วเข้า ไปงัดประตูและหน้าต่างเข้าไปขโมยทรัพย์สิน จากนั้นนำทองรูปพรรณ นาฬิกา ทีวี และพระเครื่องบางส่วน ไปขายและจำนำ เอาเงินสดไปใช้หนี้และใช้จ่ายจนหมดแล้ว หลังจากรู้ว่าบ้านที่เข้าไปขโมยเป็นของครูที่เคยสอน ผมก็รู้สึกเสียใจมาก หากรู้คงไม่ทำ สัญญาว่าต่อไปนี้จะยากจนขนาดไหนก็จะไม่ลักของคนอื่นอีก หลังพ้นโทษออกมาจะขอบวชให้ครู 1 พรรษา และจะขอมาเป็นผู้ช่วยเหลือตำรวจทำความดีต่อสังคม" ลูกศิษย์ตกอับสารภาพ 

 

ด้านครูอรพรรณเผยว่า เป็นอาจารย์สอนภาษาไทย อยู่ที่โรงเรียนอุดรพิทยานุกูล โรงเรียนประจำจังหวัดอุดรธานี คุณแม่เป็นหลานแท้ๆ ของหลวงปู่ฝั้น อาจาโร พระเกจิสายพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต จึงเก็บสะสมพระเครื่องไว้จำนวนมาก ไม่คิดว่าจะถูกโจรขึ้นบ้านยกเค้า อีกทั้งคนร้ายก็ไม่ใช่ใครที่ไหน เป็นอดีตลูกศิษย์ของโรงเรียนที่เคยสอนมา ซึ่งครูก็พร้อมให้อภัยเมื่อเจ้าตัวรู้จักสำนึกผิดในกรรมที่ก่อ

 

ต้นทุนชีวิตทุกคนไม่เท่ากันก็จริง แต่หากรู้จักสู้ชีวิตไม่เลือกงานหนัก งานเบา รู้จักอดออมเก็บหอมรอมริบก็ไม่ลำบาก อีกทั้งไม่ไปสร้างความเดือดร้อนให้ กับใคร แต่ถ้ามัวโทษชะตาฟ้าลิขิต เลือกเดินทางสายนอกตำราเรียนอย่าง วิชาโจร ก็หนีไม่พ้นต้องเข้าไปอยู่ใน ซังเต ยิ่งสร้างความลำบากให้กับคนในครอบครัวตัวเอง