ครบทุกรส สดทุกเรื่อง



เร่งแก้รถติดถนน 21 สายหลัก "บิ๊กป้อม" สั่งกรมการขนส่งใครไม่จ่ายค่าปรับต่อทะเบียนรถไม่ได้
Font Size  

วันที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2559 เวลา 19:29 น.

 

 เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 14 ก.ย. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานการประชุมบูรณาการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาการจราจรในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล พร้อมด้วย พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร รักษาราชการแทน ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (รรท.ผบช.น.) ผบก.น.1-9 ผบช.ภ.1-2 และ 7 กระทรวงคมนาคม กรมขนส่งทางบก กรมทางหลวง กรมทางหลวงชนบท กรมเจ้าท่า กรมโยธาธิการและผังเมือง สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร สำนักงานจราจรและขนส่งกรุงเทพมหานคร กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณะภัย กองทัพภาคที่ 1 กองทัพภาคที่ 1 รักษาพระองค์ กองพลทหารม้าที่ 2 รักษาพระองค์ ปลัดกรุงเทพมหานคร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม โดยใช้เวลาในการประชุมเกือบ 2 ชั่วโมง

 


 

 พล.อ.ประวิตร กล่าวถึงแนวทางการแก้ไขปัญหาการจราจร ว่า วันนี้มีการประชุมบูรณาการในเรื่องของการแก้ปัญหาการจราจรติดขัดในกรุงเทพฯและปริมณฑล โดยมีการตั้งคณะอนุกรรมการบูรณาการในเรื่องของการแก้ไขปัญหาการจราจรขึ้นมา 1 ชุด ซึ่งจะวางไว้ 3 ระยะ มีระยะเร่งด่วน ระยะป่านกลาง และระยะยาว ที่จะต้องดำเนินการ แต่เราจะเริ่มระยะเร่งด่วนก่อน เพื่อจะแก้ไขปัญหาเท่าที่ถนนมีอยู่ในขณะนี้ แก้ปัญหาเรื่องรถชน แก้ปัญหาการใช้ถนนของจักรยานยนต์ รถสาธารณะต่างๆ โดยขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรกลาง บช.น. ร่วมมือกัน รวมถึงกระทรวงคมนาคมและกรุงเทพมหานครด้วย ส่วนไหนที่พอจะทำถนนให้มันกว้างขึ้น ที่ติดขัดเล็กน้อย ก็จะรีบดำเนินการทันที และอะไรที่เป็นช่องทางก่อสร้างรถไฟฟ้าที่ทำให้เกิดปัญหาการจราจรติดขัด ก็จะทำให้ชัดเจนขึ้น โดยมีเจ้าหน้าที่เข้าไปดูแลให้รถเคลื่อนตัวได้

 


 “เราจะทำแบบเร่งด่วน เพื่อที่จะทำให้การจราจรนั้นไม่ติดขัด ซึ่งเวลานี้จริงๆแล้วในส่วนของ บช.น. ก็ทำไปเยอะแล้ว ตอนนี้ก็จะเห็นได้ว่ารถไม่ค่อยติดเท่าไหร่ในปัจจุบันนี้ แต่ต่อไปหลังจากที่มีการตั้งคณะอนุกรรมการฯขับเคลื่อนชุดนี้จะเข้าไปดำเนินการ แต่ความจริงแล้วคณะกรรมการในเรื่องของการจราจรมีอยู่แล้ว แต่วันนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้แต่งตั้งผมเป็นคณะกรรมการฯขับเคลื่อนในเรื่องของการจราจรแก้ปัญหาเร่งด่วนให้ได้ แต่ไม่สามารถที่จะแก้ปัญหารถติดให้ไม่ติดเลยในเวลาอันรวดเร็วก็เป็นไปไม่ได้ แต่สามารถแก้ไขปัญหาให้รถติดน้อยลง เคยไป 1 ชั่วโมง ก็จะเหลือ 40 นาที เราจะทำแบบนั้น วันนี้ได้มีการประชุมชี้แจงไปหมดแล้ว” รองนายกรัฐมนตรี กล่าว


 ผู้สื่อข่าวถามว่า จะมีการจัดเพิ่มเจ้าหน้าที่ในช่วงเวลาเร่งด่วน พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า เวลานี้มีการจัดเจ้าหน้าที่ดูแลในส่วนนี้อยู่แล้ว เพื่อที่จะดูว่ามีการจราจรติดขัดส่วนไหนก็จะไปแก้ไข อาทิ ถนนไม่ดี รถวิ่งผิดทาง ต่อไปนี้ก็ไปดูเรื่องใบสั่ง ใบสั่งต่อไปจะมีผลอย่างมาก ตนเองจะสั่งการไปยังกรมการขนส่ง เกี่ยวกับเรื่องการต่อทะเบียนรถในอนาคต ถ้าใครไม่ไปจ่ายค่าปรับ จะมีผลต่อการต่อทะเบียนรถไม่ได้ ถ้าไม่ยอมจ่ายค่าปรับใบสั่งก็ต้องยอมเสียเพิ่มเติม อาจจะต้องมีการออกกฎหมายแบบนั้น คือการคูณสองถึงสามเท่าในการจ่ายค่าปรับ จะมีการพิจารณาข้อกฎหมายนี้ให้เร็วที่สุด ความจริงอยากให้เสร็จภายในวันนี้ด้วย ส่วนเรื่องอายุของรถต้องให้เป็นเรื่องระยะยาว กรมการขนส่งทางบก จะต้องเป็นผู้ดำเนินการในส่วนนี้ ตอนนี้ก็เริ่มมีการพิจารณาและดำเนินการแล้ว


 เมื่อถามว่า การแก้ปัญหาระยะเร่งด่วน รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า พอเริ่มทำก็ให้มีการรายงานผลทุก 15 วัน และมีการรายงานผลอย่างต่อเนื่อง ว่าจะได้ผลมากน้อยแค่ไหน ซึ่งถนนมีทั้งหมด 21 สายเป็นถนนสายหลักที่ต้องเร่งดำเนินการ พล.ต.ท.ศานิตย์ รู้ดีอยู่แล้ว และเชื่อว่าต้องแก้ไขได้ ถ้าทุกคนช่วยกัน ต่อไปการสอบใบขับขี่จะสอนจิตใต้สำนึกการใช้รถใช้ถนนด้วย ไม่ใช่มีเฉพาะใบขับขี่เฉยๆ โดยกรมการขนส่งจะไปดำเนินการเรื่องนี้ ซึ่งตำรวจจะบังคับใช้กฎหมายอย่างเต็มที่ ขอให้ประชาชนเคารพกฎหมาย


 เมื่อถามว่า ปัญหานี้มีมาอย่างยาวนาน จะมั่นใจหรือไม่ว่าจะสามารถเข้ามาแก้ปัญหาการจราจรได้ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า มั่นใจว่าแก้ไขได้ เพราะทุกคนตั้งใจเข้ามาทำทำเพื่อประชาชนทุกคนที่ใช้รถใช้ถนน ถ้าไม่ทำก็คือไม่ทำและก็จะเป็นแบบนี้ พวกคุณก็มาด่าผม ด่ารัฐบาล ยืนยันว่าไม่มีอะไรยาก ทุกอย่างสามารถแก้ปัญหาได้หมด ส่วนการแก้ปัญหาระยะกลางวางกรอบไว้ 3 ปี ซึ่งจะมีการพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะ อาทิ มินิบัส ที่จะวิ่งไปสายใต้ แต่ระยะเร่งด่วนต้องเห็นผลภายใน 1 เดือน เวลานี้ไม่ใช่ว่าไม่เห็นผล เพราะ ผบช.น.มีตัวเลขเวลาลดติดที่ลดลง อย่าด่าอย่างเดียว ให้รอดูการทำงานด้วย จาก 08.20 น. ลดลงมาเหลือ 08.00 น. ถือว่าเป็นการระบายรถได้ดี อย่าเขียนด่าอย่างเดียว เขียนชมบ้าง เพราะมีส่วนดีเยอะ เวลานี้ถนนรัชดาการจราจรก็ดีขึ้น ตอนเช้าดีขึ้น 20 นาที ตอนเย็นดีขึ้น 1 ชั่วโมง

 
 “ส่วนจะมีการเพิ่มอัตราโทษสำหรับคนที่ทำผิดกฎจราจรหรือไม่นั้น กฎหมายที่มีขอให้บังคับได้ก่อน นอกจากนี้ ในการประชุมยังได้พูดถึงการห้ามรถจักรยานยนต์ รถสามล้อ ขึ้นสะพานและลอดอุโมงค์ด้วย ทั้งนี้ ก็เพื่อความปลอดภัย เราพยายามป้องกันอุบัติเหตุทุกช่วงเวลาและทุกช่วงเทศกาล แต่ที่ผ่านมาไม่สามารถทำได้เท่าที่ควร เนื่องจากรถจักรยานยนต์และรถสามล้อขับขึ้นสะพานและลงอุโมงค์จนเกิดอุบัติเหตุขึ้นบ่อยครั้ง แต่ต่อไปนี้ต้องสร้างการรับรู้และมีการชี้แจงให้คนเหล่านี้รับทราบ ว่าที่ทำทั้งหมดก็เพื่อคนกรุงเทพหมานคร ส่วนกรณีที่กลุ่มรถสามล้อและรถจักรยานยนต์ออกมาเรียกร้องต้องการใช้สะพานและอุโมงค์นั้น ขณะนี้ไม่มีแล้ว เพราะสร้างการรับรู้ไปแล้ว ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรจะมีพอหรือไม่นั้น กำลังพยายามทำอยู่ โดยภายในเดือน พ.ย.นี้ จะมีกำลังพลเพิ่มขึ้นอีกจำนวน 1,000 นาย และจะมีการนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยด้วย แต่ต้องรองบประมาณในส่วนนี้ก่อน” พล.อ.ประวิตร กล่าว 


 เมื่อถามว่ากลุ่มรถสามล้อเรียกร้องให้มีการแก้ พ.ร.บ.จราจร ว่าด้วยการห้ามขึ้นสะพานและลอดอุโมงค์ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ตนไม่เห็นด้วย พ.ร.บ.ที่มีอยู่ก็สามารถช่วยแก้ปัญหาการเกิดอุบัติเหตุ อะไรที่ให้ประโยชน์ส่วนบุคคลนั้น ตนไม่เห็นด้วยต้องมองในภาพรวม ส่วนการแก้ปัญหาระยะยาวต้องไปถามในส่วนของกระทรวงคมนาคม ตอนนี้ตนเข้ามาขับเคลื่อนปัญหาเร่งด่วนเท่านั้น
 

 พล.ต.ท.ศานิตย์ กล่าวว่า ภายหลังที่ตำรวจนครบาลเปิดโครงการ "ทำการจราจรวันนี้ให้ดีกว่าเมื่อวาน" โดยให้รอง ผบก.มาเป็นทำหน้าควบคุมการจราจรในแต่ละเส้นทางหลัก ทั้ง 21 เส้นทาง โดยมีผกก.แต่ละสถานีตำรวจ รอง ผกก.จร.และสว.จร รวมถึงตำรวจจราจรทุกนายร่วมกันลงมาดูแลแก้ไขปัญหาการจราจร มีการปรับแผนดูแลการจราจรให้เหมาะสมกับสภาพการจราจรในขณะนั้น  โดยให้รายงานผลการปฏิบัติไปยังศูนย์ควบคุมและสั่งการจราจร หรือ บก.02 ที่มีรองผบช.น.เป็นผู้รับผิดชอบดูแลในภาพรวม


 ส่วนมีการปรับแผนดูแลการจราจรให้เหมาะสมกับสภาพการจราจรในขณะนั้น ส่วนกรณี ทอมทอม (TomTom) ผู้ผลิตระบบนำทางจีพีเอส (GPS) ชั้นนำของโลก จัดอันดับให้กทม.เป็นเมืองที่มีการจราจรติดขัดช่วงเวลาเร่งด่วนมากที่สุดในโลกนั้น การสำรวจดังกล่าวเป็นข้อมูลเมื่อเดือน มี.ค.2559 ขณะนี้ผ่านมาหลายเดือนแล้ว การแก้ปัญหาดำเนินการมาระยะหนึ่งแล้ว สำหรับการจราจรในถนนสายสำคัญ อาทิ ถ.รัชดาภิเษก การจราจรท้ายแถวคลี่คลายในเวลา 08.40 น. หลังเริ่มโครงการการจราจรคลี่คลาย เวลา 08.20 น. ขณะที่ช่วงเย็นการจราจรเมื่อก่อนการจราจรคลี่คลายเวลา 20.45 น. แต่หลังเริ่มโครงการ เวลา 19.45 น.การจราจรก็คลี่คลายแล้ว แสดงว่าการแก้ไขปัญหาการจราจร เราเดินมาถูกดทางแล้ว ตรงนี้เราใช้ข้อมูลเชิงสถิติ ที่เป็นวิทยาศาสตร์มาประเมินผลการปฏิบัติ