ครบทุกรส สดทุกเรื่อง



"รีล มาดริด"หืดจับแซงชนะลิสบอน-ดอร์ตมุนด์บุกถล่มวอร์ซอว์ครึ่งโหล"เลสเตอร์-แมนฯซิตี้"ประเดิมหรูยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก
Font Size  

วันที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2559 เวลา 04:42 น.

 


 การแข่งขันฟุตบอลยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก รอบแบ่งกลุ่ม นัดแรก เมื่อวันที่ 14 ก.ย. ที่สนามซานติอาโก้ เบอร์นาบิว ทีม"ราชันชุดขาว" รีล มาดริด แชมป์เก่าจากสเปน ต้อนรับทีมสปอร์ติ้ง ลิสบอน จากโปรตุเกส  

 

 เกมนี้ ซิเนอดีน ซีดาน กุนซือของทีม "ราชันชุดขาว" เจ้าถิ่น ส่งตัวหลักลงครบ นำทัพโดย คริสเตียโน่ โรนัลโด้ กองหน้าตัวเก่ง, โทนี่ โครส, แกเร็ธ เบล, ลูก้า โมดริช, คาริม เบนเซม่า, คาเซมิโร่ล มาร์เซโล่

 

 ด้านทีมเยือน ก็แข็งแกร่ง มีดาวดังอย่าง เอเดรียน ซิลวา, ไบรอัน รูอิซ, วิลเลียม คาร์วัลโญ่, บาส ดอสต์, บรูโน่ เซซาร์ รวมทั้งรุย ปาตริซิโอ นายทวารทีมชาติโปรตุเกสชุดแชมป์ยูโร 2016 

 

 เกมการแข่งขันครึ่งแรก สปอร์ติ้ง ลิสบอนสู้ได้อย่างไม่เป็นรอง ขณะที่เจ้าถิ่น รีล มาดริดเน้นต่อบอลตามช่อง มี โทนี่ โครส และโมดริช ทำเกม ประสานกับแกเร็ธ เบล, คริสเตียโน่ โรนัลโด้ และคาริม เบนเซม่า 


 เริ่มมานาทีที่ 2 ลิสบอนก็สร้างความหวาดเสียวก่อน จากจังหวะที่ บรูโน่ เซซาร์หลุดไปยิง แต่บอลไม่เข้ากรอบ 


 จากนั้น นาทีที่ 9 เกลสัน มาร์ตินส์ ของทีมเยือนหลุดไปยิง แต่บอลออกนอกกรอบ 

 

 ขณะที่รีล มาดริดเริ่มมีโอกาสยิงบ้าง นาทีที่ 14 คาเซมิโร่ กองกลางทีมชาติบราซิลมีโอกาสซัดแต่ติดบล็อกกองหลังสปอร์ติ้ง 


 เกมของทีมเยือนบุกกดดันเจ้าถิ่นได้อย่างน่ากลัว แต่ก็ไม่สามารถเจาะแนวรับของเจ้าถิ่นได้ 
 


 
 นาทีสุดท้ายของครึ่งแรก โรนัลโด้ ได้สับไก แต่บอลข้ามคาน จบครึ่งแรกเสมอ 0-0 

 


 ครึ่งหลังเริ่มมาได้เพียง 2 นาที ในนาทีที่ 48 บรูโน่ เซซาร์ พังประตูให้ทีมเยือนขึ้นนำ จากจังหวะที่ไบรอัน รูอิซ จ่ายบอลทะลุเข้าไปในเขตโทษ ก่อนที่เซซาร์จะยิงโค้งเข้าเสียบตาข่าย 


 สปอร์ติ้งพลิกขึ้นนำ 1-0


 หลังจากนั้น รีล มาดริดโหมบุกหนัก พยายามเจาะแนวรับของทีมเยือนให้ได้ แต่ไม่เป็นผล กลับเป็นทีมสปอร์ติ้ง ลิสบอนที่มีโอกาสลุ้นได้ประตูเพิ่ม


 นาทีที่ 61 อาเดรียน ซิลวา กองกลางลิสบอนมีโอกาสยิงแต่นักเตะรีล มาดริดบล็อกไว้ได้ 


 อีกจังหวะต่อมา บาส ดอสต์ ได้จังหวะยิง แต่ไม่ตรงกรอบ 

 

 นาทีที่ 67 รีล มาดริดได้ฟรีคิก หน้าเขตโทษ แกเร็ธ เบลรับหน้าที่สังหาร บอลข้ามคาน จากนั้น ซีดาน ปรับทัพ ส่ง ลูคัส บาสเกซ กองหลางทีมชาติสเปนลงแทน แกเร็ธ เบล 

 

 อีกนาทีต่อมา ซีดานเปลี่ยนนักเตะอีกคน โดยส่ง อัลบาโร่ โมราต้า กองหน้าทีมชาติสเปน ลงแทนคาริม เบนเซม่า 

 

 นาทีที่ 77 คาบาฮาล กองหลังของรีล มาดริดมีโอกาสยิง แต่ไม่ตรงกรอบ 

 

 ช่วงท้ายเกม รีล มาดริดบุกเป็นชุด หวังเก็บชัยให้ได้ นาทีที่ 83 โรนัลโด้ยิงชนคาน 

 

 กระทั่งนาทีที่ 89 โรนัลโด้แผลงฤทธิ์ซัดฟรีคิกระยะ 25 หลา บอลพุ่งเสียบเสาเป็นประตูให้กับรีล มาดริด ตีเสมอ 1-1 โดยโรนัลโด้ยิงประตูทีมเก่าของตัวเองสมัยเป็นนักเตะเยาวชน 

 

 ช่วงทดเวลาบาดเจ็บ อัลบาโร โมราต้ายิงประตูชัยให้กับรีล มาดริด แชมป์เก่า แซงชนะสปอร์ติ้ง ลิสบอน 2-1 เก็บ 3 แต้มได้อย่างหืดจับ 

 


 ขณะที่ ทีม"เสือเหลือง" ดอร์ตมุนด์ ยอดทีมจากเยอรมนี บุกถล่ม ลิเกีย วอร์ซอว์ ของโปแลนด์ 6-0 

 เกมนี้ดอร์ตมุนด์จบสกอร์ได้เฉียบขาดกว่า ได้ประตูจาก มาริโอ เกิตเซ่ นาทีที่ 7, ปาปาสตาโธปูลอส นาทีที่ 15 มาร์ก บราต้า นาทีที่ 17


 จบครึ่งแรก นำ 3-0


 เกมครึ่งหลัง เสือเหลืองยังดาหน้าบุกขย้ำใส่ ก่อนจะได้ประตูที่สี่ จากราฟาเอล เกอร์เรโร่ นาทีที่ 51 

 กอนซาโล่ คาสโตร นาทีที่ 76 และ ปิแอร์ เอเมอริก โอบาเมยอง นาทีที่ 87 ดอร์ตมุนด์เก็บ 3 แต้ม ขึ้นครองจ่าฝูงกลุ่ม เอฟ 

 


 กลุ่มอีทีม"ไก่เดือยทอง"สเปอร์ซึ่งย้ายมาเล่นที่สนามเวมบลีย์ เนื่องจากสนามไวต์ ฮาร์ตเลนปรับปรุง ต้อนรับทีมโมนาโก จ่าฝูงของลีกเอิง ฝรั่งเศส เกมนี้มีแฟนบอลเข้าชมมากถึง 85,011 คน 


 เจ้าบ้าน "ไก่เดือยทอง" ภายใต้การคุมทัพของเมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ กุนซือชาวอาร์เจนไตน์ แนวรุกนำทัพโดยแฮร์รี่ เคน, เดเล่ อัลลี่, คริสเตียน เอริกเซ่น,
 ส่วนทีมเยือน มี ราดาเมล ฟัลเกา ดาวยิงประสบการณ์สูงที่เคยผ่านการเล่นในพรีเมียร์ ลีก อังกฤษ กับเชลซี และแมนฯยุมาแล้ว 

 

 

 


 เกมนัดนี้โมนาโก สามารถบุกมาชนะสเปอร์ 2-1 ได้ประตูจาก เบอร์นาโด้ ซิลวา นาทีที่ 15 และ โทมัส เลมาร์ นาทีที่ 31 


 ส่วนสเปอร์ตีไข่แตกจาก โทบี้ อัลเบอร์ไวเรลด์ นาทีที่ 45 

 


 ด้านเลเวอร์คูเซ่น เสมอ ซีเอสเคเอ มอสโก จากรัสเซีย 2-2 ทีมห้างขายยา เจ้าถิ่นได้ประตูนำก่อน 2 ลูก จากเมห์เมดี้ นาทีที่ 9 และฮาคาน คัลฮาโนกลู นาทีที่ 15 แต่ทีมเยือนก็ยิงคืน 2 ลูกรวด จากอีกอร์ ซาโกเยฟ นาทีที่ 36 และ โรมัน เอเรเมนโก้ นาทีที่ 38 จบเกมแบ่งกันทีมละแต้ม 

 

 

 กลุ่ม จี
 คลับ บรูกก์ ของเบลเยี่ยม ต้อนรับ"จิ้งจอกสยาม" เลสเตอร์ แชมป์พรีเมียร์ ลีก อังกฤษ เกมนี้ เคลาดิโอ รานิเอรี่ กุนซือชาวอิตาเลียนของเลสเตอร์พร้อมส่งตัวหลักในแนวรุกลงสนามทั้ง เจมี่ วาร์ดี้, ริยาด มาห์เรซ, 

 

 

 เลสเตอร์เปิดเกมรุกใส่ นาทีที่ 5 มาร์ก อัลไบรตั้น กองกลางตัวเก่งก็ยิงประตูให้ทีมเยือน แชมป์จากพรีเมียร์ ลีก อังกฤษขึ้นนำอย่างพลิกความคาดหมาย เลสเตอร์นำ 1-0 

 

 เกมของทีมเยือนบุกได้น้ำได้เนื้อ มี ริยาด มาห์เรซ คอยทำเกมใส่เจ้าถิ่น 


 จากนั้นนาทีที่ 29 โชว์ลีลายิงให้เลสเตอร์นำห่าง 2-0 

 

 กระทั่งนาทีที่ 61 ริยาด มาห์เรซ ซัดจุดโทษ จากจังหวะที่เจมี่ วาร์ดี้ กระชากบอลหลุดเข้าไปในเขตโทษ ก่อนโดนลูโดวิช บูแตลล์ นายทวารชาวฝรั่งเศสของเจ้าถิ่น สกัดล้มลงในเขตโทษ ริยาด มาห์เรซ ยิงไม่พลาด เลสเตอร์ทิ้งห่าง 3-0 

 

 เจ้าถิ่นพยายามต่อบอลบุก หวังทวงคืน แต่แนวรับของเลสเตอร์ช่วยกันต้านทานไว้ได้ จบเกม เลสเตอร์ ซิตี้ บุกถล่ม คลับ บรู๊กก์ ได้อย่างสวยงาม 3-0 เก็บชัยชนะประเดิมการเล่นถ้วยยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก คว้า 3 แต้ม ขึ้นนำเป็นจ่าฝูงของกลุ่ม 

 


 ผลอีกคู่ในกลุ่มเดียวกัน ปอร์โต้ ของโปรตุเกส เสมอ โคเปนเฮเก้น จากเดนมาร์ก 1-1 

 

 กลุ่มเอช "ม้าลาย"ยูเวนตุส ไม่สามารถทำอะไร เซบีญ่า แชมป์ยูโรปา ลีก จากสเปน ได้ จบเกมเสมอ 0-0 แบ่งทีมละแต้ม 


 
 อีกคู่ในกลุ่มนี้  โอลิมปิก ลียง จากฝรั่งเศส เปิดบ้านต้อนรับ ดินาโม ซาเกร็บ จากโครเอเชีย 
 ผลปรากฎว่า ลียงเหนือกว่า ไล่ถล่ม 3-0 

 

 ปิดท้าย ทีม"เรือใบสีฟ้า" แมนฯซิตี้ จ่าฝูง พรีเมียร์ ลีก อังกฤษ ลูกทีมของเป๊ป กวาร์ดิโอล่า เปิดบ้านต้อนรับทีม มึนเช่นกลัดบัก จากเยอรมนี ซึ่งเป็นเกมที่เลื่อนมาจากเมื่อวันอังคาร เนื่องจากฝนตกหนักไม่สามารถแข่งขันได้


 สำหรับเกมวันนี้ กวาร์ดิโอล่า ส่งเซอร์จิโอ อเกโร่ กองหน้าตัวเก่งลงเป็นตัวจริง หลังจากโดนแบนในพรีเมียร์ ลีก ในนัดบุกชนะแมนฯยู 2-1 เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา 

 เกมนี้ แมนฯซิตี้เหนือกว่า ทีมเยือนค่อนข้างเยอะ นาทีที่ 9 อเกโร่ ก็เบิกประตูแรกให้เจ้าถิ่นนำ 1-0 

 

 


 เกมรุกของเจ้าถิ่นไหลลื่น นาทีที่ 14 เฮซุส นาบาส มีโอกาสยิงแต่ติดบล็อกนักเตะกลัดบัก ไม่ถึงนาทีต่อมา เฟอร์นันดินโญ่ได้ยิงอีก แต่ไม่ตรงกรอบ 

 

 จากนั้นนาทีที่ 20 ราฮีม สเตอร์ลิ่ง ปีกทีมชาติอังกฤษ มีจังหวะสับไก แต่บอลไม่ตรงกรอบ 


 มึนเช่นกลัดบัก มีจังหวะโต้กลับสร้างความหวาดเสียวบ้าง ในนาทีที่ 26 รัฟฟาเอลได้ซัดแต่กองหลังเจ้าถิ่นสกัดไว้ได้ 


 นาทีที่ 28 คริสตอฟ คราเมอร์ กองหลังของทีมเยือน สกัด อิลคาย กุนโดแกน นักเตะของแมนฯซิตี้ ล้มลงในเขตโทษ ผู้ตัดสินเป่าเป็นจุดโทษ อเกโร่รับหน้าที่สังหาร บอลเข้าประตู แมนฯซิตี้นำ 2-0 

 

 จากนั้นมีโอกาสยิงหลายครั้ง แต่จบครึ่งแรก แมนฯซิตี้นำ 2-0


 เกมครึ่งหลัง เจ้าถิ่นยังต่อบอลบุกได้น่ากลัวกลัว นาทีที่ 77 ราฮีม สเตอร์ลิ่งไหลบอลให้อเกโร่ซัดตุงตาข่าย เป็นแฮทริกของดาวยิงทีมชาติอาร์เจนติน่ารายนี้ ให้แมนฯซิตี้นำ 3-0

 

 กระทั่งช่วงทดเวลาบาดเจ็บ เคเลชี่ อิเฮนาโช่ กองหน้าดาวรุ่งที่ลงเป็นตัวสำรองก็ยิงประตูปิดท้าย จากจังหวะที่ เลอรอย ซาเน่ ปีกตัวสำรองเช่นกัน ไหลบอลคืนให้ยิงบอลเสียบตาข่าย ให้แมนฯซิตี้ ถล่มมึนเช่นกลัดบัก 4-0 


 /////